ทำความรู้จักกับ “ไข่ผำ หรือ ผำ” พืชน้ำขนาดเล็ก “คาเวียร์เขียว” ที่รัฐบาลเตรียมดันให้เป็นอาหารนำร่องสุดยอดซูเปอร์ฟู้ดของโลก

 

จากกรณีที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เตรียมผลักดัน” โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรม”  ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารท็อปเทนของโลก โดยจะนำร่องด้วย “ผำ” หรือ “ไข่ผำน้ำ” (Wolffia) ให้เป็นสุดยอดซูเปอร์ฟู้ดของโลก ด้วยความที่เป็นพืชวัฒนธรรมและอาหารพื้นเมืองของไทย ซึ่งมีมากในภาคเหนือและภาคอีสาน จนได้ฉายาว่า “คาเวียร์เขียว (Green Caviar)”

ไข่น้ำ (Wolffia arrhiza (L.) Wimm.) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ไข่ผำน้ำ” หรือ “ผำ”  เป็นพรรณไม้น้ำประเภทลอยน้ำขนาดเล็กในวงศ์  Lemnaceae  มีลักษณะสีเขียว รูปร่างคล้ายกับสาหร่าย หรือไข่ปลาขนาดเล็ก มีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ไม่มีรากและใบ มักเจริญเติบในน้ำสะอาด โดยอาศัยลอยบนผิวน้ำ หรืออาจสอดแทรกปะปนกับพืชชนิดอื่น ๆ

องค์ประกอบทางโภชนะของไข่น้ำพบว่า มีโปรตีน เบต้า – คาโรทีน และคลอโรฟิลล์จากการสังเคราะห์แสง ไข่น้ำมีปริมาณโปรตีนในระดับเดี่ยวกับเมล็ดถั่วชนิดต่าง ๆ เมล็ดธัญพืช มีเส้นใยสูง มีปริมาณกรดอะมิโนที่ จำเป็นไม่ต่างกับไข่ไก่ สาหร่ายเกลียวทอง และคลอเรลล่า นอกจากนี้คลอโรฟิลล์ในไข่น้ำมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มากกว่าในสาหร่ายเกลียวทอง ซึ่งใช้รักษาอาการท้องผูก รักษาสภาวะซีดในคนที่เป็น โรคโลหิตจางได้

สำหรับไข่น้ำ หรือไข่ผำ คนภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง มันนิยมนำมาประกอบอาหาร เช่น คั่วผำ, ไข่เจียวผำ, ยำผำ ซึ่งการจะนำมาประกอบอาหารนั้น ต้องนำไข่ผำมาล้างด้วยน้ำสะอาด ขจัดเศษดินและฝุ่นออกให้หมดก่อน จากนั้นรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วบีบน้ำออกให้หมด จนสามารถนำไปประกอบอาหารได้ด้วยการปรุงสุก เนื่องจากไม่สามารถรับประทานสดได้ รสชาติของไข่ผำ จะมีลักษณะจืด มัน ๆ หรือรสชาติอาจเหมือนผักวอเตอร์เครส หรือกะหล่ำปลี ส่วนสาเหตุที่ได้รับการขนานนามว่า คาเวียร์เขียว เพราะรสสัมผัสตอนเคี้ยวจะกรุบ ๆ เหมือนรับประทานไข่ปลา

Wolffia X Farm

Program How to Super Food How to Super Rich